ข้อมูลเกี่ยวกับสงขลา

เมืองสงขลาเดิมเรียกว่า "เมืองสทิง” สันนิษฐานว่าชื่อเมือง “สงขลา” น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “สิงหลา” ที่แปลว่าเมืองสิงห์ อันเป็นชื่อที่พ่อค้าชาวเปอร์เซียอินเดียใช้เรียกกันในอดีต เนื่องจากได้แล่นเรือผ่านเข้ามาในทะเลสาบสงขลา เห็นเกาะหนู-เกาะแมวจากระยะไกลๆ มีลักษณะคล้ายสิงห์ 2 ตัวหมอบเฝ้าปากทางเข้าเมือง จึงตั้งชื่อเมืองตามนั้น หรืออีกข้อสันนิษฐานหนึ่งกล่าวว่า คำว่า “สงขลา” นั้นมาจากคำว่า “สิงขร” ที่แปลว่า “ภูเขา” เนื่องจากเมืองสงขลาในยุคดั้งเดิมตั้งอยู่เชิงเขา เมื่อพ่อค้าชาวมลายูเดินทางเข้ามาค้าขาย ได้ออกเสียงเพี้ยนเป็น “เซ็งคอรา” และต่อมาเมื่อชาวตะวันตกเข้ามา ก็ออกเสียงชื่อเมืองเพี้ยนเป็น “ซิงกอรา” (Singora) จากนั้นจึงค่อยๆ เพี้ยนเป็นคำว่า “สงขลา” ดังปัจจุบัน

สะพานติณสูลานนท์

       สะพานติณสูลานนท์เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยมีความยาวถึง 2.6 กม. สะพานนี้เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข 4146 ซึ่งเชื่อมทางหลวงหมายเลข 407 (หาดใหญ่-สงขลา) กับทางหลวงหมายเลข 4083 (สงขลา-ระโนด) โดยมีจุดเริ่มต้นพื้นที่บ้านน้ำกระจาย ผ่านมายังเกาะยอ เชื่อมต่อไปยังเขาน้อยบนอีกฝั่งของแผ่นดินสะพานติณสูลานนท์ประกอบด้วย 2 ส่วน โดยส่วนแรกอยู่ที่บ้านน้ำกระจายเชื่อม อ.เมืองสงขลา เข้ากับชายฝั่งด้านทิศใต้ของเกาะยอ มีความยาว 940 เมตร ส่วนที่สองเชื่อมชายฝั่งทางทิศเหนือของเกาะยอดเข้ากับบ้านเขาน้อย โดยส่วนนี้มีความยาว 1,700 เมตร

วัดแหลมพ้อ

       วัดแหลมพ้อ เป็นวัดที่เก่าแก่และสำคัญวัดหนึ่ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสงขลา ประดิษฐาน พระนอนปางไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พระบาทมีลวดลายภาพศิลปะ ทั้งนี้เนื่องด้วยที่ตั้งวัดอยู่ใกล้ถนนเชิงสะพานติณสูลานนท์ฝั่งเกาะยอ จึงทำให้เป็นสิ่งที่สะดุดตาของผู้ที่ขับรถผ่านไปมา


วัดท้ายยอ

       อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนา และยังเป็นวัดเก่าแก่ของตำบลเกาะยอ เป็นวัดที่ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมล้ำค่า ควรค่าแก่การอนุรักษ์และหวงแหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ” กุฏิแบบเรือนไทยปั้นหยา ” อายุกว่า ๒๐๐ ปี หลังคา ใช้กระเบื้องดินเผาเกาะยอและกระเบื้องลอนแบบเก่า มีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ คือ เสาเรือนกุฏิจะไม่ฝังลงในดินแต่จะตั้งอยู่บนเสาปูน ซึ่งเป็นที่รองรับเสาอันเป็นลักษณะเฉพาะของบ้านชาวไทยในภาคใต้เท่านั้น บรรยากาศของวัดโดยรอบร่มรื่นเย็น เงียบสบมีลมทะเลพัดเข้ามาตลอด เพราะตั้งอยู่ชิดติดกับทะเลสาบสงขลา


สถาบันทักษินคดีศึกษา

       ตั้งอยู่บนเนินเขาบนเกาะยอ จังหวัดสงขลา ใกล้เชิงสะพานติณสูลานนท์ช่วงที่ 2 ที่เชื่อมระหว่างเกาะยอกับเกาะใหญ่ ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2521 เพื่อศึกษาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ มีพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ อีกหนึ่งจุดเด่น คือ เป็นจุดชมทิวทัศน์ ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของทะเลสาบสงขลาในมุมสูงที่มีสะพานเปรมตินสูลานนท์ทอดยาวผ่านทะเลสาบ และภาพของบ้านเรือนและกระชังปลากระพงที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตชาวประมงเกาะยอ

สถาบันทักษิณศึกษา พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา
เปิดให้เข้าชม 8.30-17.00 หยุดวันอังคาร
โทรศัพท์ 074-591-611-8


ย่านเมืองเก่าสงขลา

       ย่านเมืองเก่าสงขลา ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง มีถนนสายสำคัญน่าเดินเที่ยว 3 สาย คือ ถนนนครนอก ถนนนครใน และ ถนนนางงาม ย่านการค้าที่สำคัญในอดีตของเมืองสงขลา เป็นถนนที่ประกอบไปด้วยอาคารและสถาปัตยกรรมที่งดงามที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ ตั้งเรียงรายต่อเนื่องกันไปตามถนน แทรกตัวไปพร้อมกับธุรกิจสมัยใหม่ ทั้งร้านอาหารดั้งเดิม ผสมกับร้านอาหารฟิวชั่น แถมมีการเพิ่มสีสันด้วยภาพวาดสตรีทอาร์ท สุดน่ารักตามผนังอาคารบ้านเรือนต่างๆ ที่สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนสงขลา ทำให้การเดินเที่ยวชมย่านเมืองเก่าสงขลาไม่ได้เพียงแต่จะได้ชมความงามของตึกโบราณเหล่านี้ แต่ยังได้สนุกสนานไปกับการถ่ายภาพโพสต์ท่ากับภาพวาดต่างๆด้วย


วัดเขาเก้าแสน

       วัดเก่าแก่ของจังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองไม่ไกลจากหาดสมิหลา เป็นสถานที่ติดกับริมทะเลได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างทางเดินให้กับนักท่องเที่ยว สามารถเดินได้อย่างสะดวกไปยังบริเวณ หินศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ริมผา ชื่อว่า “หัวนายแรง” เนื่องจากที่นี่ตั้งอยู่บนยอดเขาทำให้สามารถมองเห็นวิวของมองเห็นวิวทิวทัศน์ของชายหาดแหลมสมิหลา และเกาะหนูเกาะแมวสัญลักษณ์ของแหลมสมิหลาได้อย่างสวยงาม สามารถเดินลงไปชายหาดเพื่อสัมผัสหาดทรายสีขาวสะอาดได้อย่างเพลิดเพลิน รวมทั้งเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยแห่งหนึ่ง


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา

       เป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในเมืองสงขลา ตรงข้ามกำแพงเมืองจังหวัดสงขลา เป็นโบราณสถาน ของชาติ มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบจีน อายุกว่า 100 ปี ภายในจัดแสดงศิลปวัตถุที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้และของประเทศไทย

เปิดให้เข้าชม วันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.
ค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 7431 1728


พิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์

       พิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ หรือ บ้านของตระกูลติณสูลานนท์ ซึ่งสถานที่ตั้ง เป็นบ้านพักเดิมของบิดาพลเอกเปรม โดยบ้านหลังนี้จำลองมาจากความทรงจำในอดีตของพลเอกเปรม ลักษณะของบ้านป็นแบบเรือนไทยยกพื้นชั้นเดียว หลังคาทรงปั้นหยา 2 หลังคู่ มีชานเปิด โล่งเชื่อมถึงกัน ชื่อของพิพิธภัณฑ์ก็มาจากตำแหน่งของบิดาของท่านในอดีตซึ่งดำรงตำแหน่งพัสดีเรือนจำสงขลา “พะทำมะรง” เป็นตำแหน่งเก่าของข้าราชการกรมราชทัณฑ์


หาดสมิหลา

       สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียงของสงขลา อยู่ในเขตเทศบาลเมือง หาดสมิหลามีโขดหินขนาดย่อมยื่นลงทะเล หาดทรายขาวละเอียด ที่เรียกว่า “ทรายแก้ว” มีป่าสนร่มรื่น จากหาดสมิหลาสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเกาะหนูเกาะแมว จนมีคำกล่าวว่าใครมาเยือนสงขลาแล้วไม่มาเยือนสมิหลาก็เหมือนมาไม่ถึงสงขลา มีสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงรูปปั้น "นางเงือกทอง" โดยรอบบริเวณได้จัดสวนหย่อมไว้ร่มรื่นเหมาะเป็นที่นั่งพักผ่อนยามเย็น เมี่อมองออกไปในทะเลจะเห็น เกาะหนู เกาะแมวอันเป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่ง


เขาตังกวน

       ชมวิวเมืองสงขลาแบบ 360 องศา การขึ้นไปบนยอดเขาตังกวน สามารถขึ้นได้ 2 ทาง คือ ทางบันไดจำนวน 145 ขั้น และขึ้นลิฟต์ เสียค่าบริการคนละ 30 บาท ยอดเขาตังกวน ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา นอกจากพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ ยังมีสิ่งก่อสร้างที่สะดุดตาอย่างหนึ่ง คือ ประภาคาร เดินตรงมายังลานชมวิว ก็จะเห็นรูปปั้นของหลวงปู่ทวดหันหน้าเข้าหาทะเลอยู่กลางลานบนฐานที่ยกสูงขึ้นไป เหมือนคอยปกปักษ์รักษา ชาวเมืองสงขลาให้อยู่อย่างร่มเย็นและสงบสุข


Thank you for Sponsoring

Gold Sponsors

Silver Sponsors

            
            

Bronze Sponsors

 

            

PULINET 2020

Social Links